วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

พบผู้ป่วยเสพติด Google Glass คนแรกของโลก

 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2557 เว็บไซต์สกายนิวส์ รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์พบผู้ป่วยโรคเสพติด Google Galss เป็นเคสแรกของโลก หลังจากเขามีพฤติกรรมใช้ Google Glass ตลอดเวลา ยกเว้นเวลานอนหลับและตอนอาบน้ำ

                ผู้ป่วยเสพติด Google Glass รายนี้ เป็นทหารช่างในหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ วัย 31 ปี นักวิทยาศาสตร์พบว่าเขามีพฤติกรรมเสพติดแว่นตา Google Glass เป็นอย่างมาก โดยในแต่ละวันเขาจะสวมแว่นตานี้ถึง 18 ชั่วโมง ยกเว้นเวลานอนและเวลาอาบน้ำ และจะเกิดอาการหงุดหงิดไม่พอใจเมื่อไม่สามารถใช้แว่นตา Google Glass ได้ 

                จากพฤติกรรมดังกล่าวทำให้เขาต้องเข้ารับการบำบัดอย่างจริงจัง และเขาเองก็ยังไม่วายถามหาแว่นตา Google Glass อยู่ตลอด พร้อมกับยอมรับว่าถ้าไม่ได้ใช้ จะรู้สึกโมโหอย่างรุนแรง ซึ่งแม้ว่าอาการของเขาจะไม่ได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ แต่การแสดงอารมณ์ออกมาเมื่อไม่ได้ใช้แว่น และการวิเคราะห์อากัปกิริยา ก็พอจะแสดงให้เห็นว่าเขาเสพติดแว่นนี้อย่างแท้จริง

                อย่างไรก็ดี หลังจากเข้ารับการบำบัดเป็นเวลา 35 วัน พบว่าชายรายนี้มีอาการหงุดหงิดน้อยลงเมื่อไม่ได้ใส่ Google Glass ขณะที่ทาง Google ผู้พัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นใด ๆ ต่อกรณีนี้

                ทั้งนี้อาการเสพติดดังกล่าวเป็นลักษณะเดียวกันกับพฤติกรรมเสพติดอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน ซึ่งปัจจุบันมีคนเป็นกันมากทั่วโลก


วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สิ่งประดิษฐ์ (iC-HiEd 2014)

?สิ่งประดิษฐ์‘iC-HiEd 2014’ - ฉลาดสุดๆ?
คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทค โนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัด “โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้และประกวดสิ่งประดิษฐ์ (iC-HiEd 2014)” ระดับปริญญาตรี-โท-เอก ชิงรางวัลทุนการศึกษารวม 3 แสนบาท ขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้
โดยการประกวดมีผลงานที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ จำนวนรวม 25 ผลงาน เป็น พลังงานทางเลือก 8 ผลงาน เครื่องมือแพทย์ จำนวน 5 ผลงาน และเครื่องจักรกลการเกษตร จำนวน 12 ผลงาน ซึ่งผลตัดสินของคณะกรรมการ ปรากฏว่า 3 สิ่งประดิษฐ์สุดยอดที่มีไอเดียน่าทึ่ง โดยฝีมือคนรุ่นใหม่ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภทพลังงานทางเลือก คือ รถปั่นพลังงานคน 20 ที่นั่ง รางวัลชนะเลิศประเภทเครื่องจักรกลการเกษตร คือ หุ่นยนต์ไต่ต้นมะพร้าวราคาประหยัดเพื่อกำจัดศัตรูพืช และรางวัลชนะเลิศสิ่งประดิษฐ์ประเภทเครื่องมือแพทย์ คือ ชุดถอดประกอบรถเข็นคนพิการแบบใช้ไฟฟ้า
น.ส.วรรณวิภา ราศี หัวหน้าทีมจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของผลงาน รถปั่นพลังงานคน 20 ที่นั่ง กล่าวว่า ผลงานรถปั่นพลังงานคน 20 ที่นั่ง มาจากแนวคิดรถที่ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากน้ำมันฟอสซิล และไร้มลพิษ แถมได้ออกกำลังกายเสริมสุขภาพให้แข็งแรงและเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ เหมาะสำหรับใช้ภายในหน่วยงานองค์กร เช่น รถทัศนาจรภายในมหาวิทยาลัย
“ใช้เวลาออกแบบและผลิตประมาณ 6 เดือน ตัวถังเป็นรถบัสขนาดมาตรฐานตามกฎหมายการขนส่งที่เคลื่อนที่โดยใช้คนปั่น 20 ที่นั่ง ซึ่งมีแป้นถีบ จานและโซ่แบบจักรยาน รถมีเพลา 6 แถว และส่งกำลังผ่านโซ่ ขับเพลารวมไปที่เกียร์ ขับเคลื่อนล้อหลัง ในการขับเคลื่อนจะมีผู้คุมรถซึ่งทำหน้าที่เหยียบปล่อยคลัตช์เข้าเกียร์กระปุก 1-2-3 ตามระดับความเร็ว และเกียร์ถอยหลัง รวมทั้งการเหยียบเบรกเพื่อชะลอและหยุดรถ ส่วนเกียร์เป็นแบบทดแรงช่วยให้คนปั่นไม่ต้องออกแรงมากจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีไดนาโมสำหรับเก็บแรงปั่นเป็นไฟฟ้าสำหรับใช้กับไฟหน้า ไฟเลี้ยวและไฟภายในรถ น้ำหนักรถ 2 ตัน มีความเร็วสูงสุด 20 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง นับเป็นพาหนะที่ใช้พลังงานทางเลือกและเป็นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
ขณะที่รางวัลชนะเลิศประเภทเครื่อง จักรกลการเกษตร นายนวภัณฑ์ ศุภวัตน์ หัวหน้าทีมจากสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เจ้าของผลงานสิ่งประดิษฐ์ หุ่นยนต์ไต่ต้นมะพร้าวสำหรับกำจัดศัตรูพืช กล่าวว่า แรงบันดาลใจในการสร้าง หุ่นยนต์ไต่ต้นมะพร้าว มาจากการได้ศึกษาข้อมูลปัญหาของเกษตรกรสวนมะพร้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย และไทยเราเป็นผู้ผลิตมะพร้าวรายใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันสวนมะพร้าว ทางภาคใต้มักจะประสบปัญหาเรื่องแมลงหนอนหัวดำระบาด กัดกินใบและยอดมะพร้าวทำให้มะพร้าวยืนต้นตายจำนวนมากในพื้นที่ระบาด เกษตรกรบางรายถึงขั้นทิ้งสวนมะพร้าวเพราะไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับปัญหานี้ดี
จึงได้ออกแบบหุ่นยนต์ไต่ต้นมะพร้าวทำด้วยวัสดุอะลูมิเนียมมีน้ำหนักเบาโดยมีแท็งก์พร้อมหัวฉีดด้านหลังบรรจุยาหรือสารกำจัดศัตรูพืชได้ 2 ลิตร ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ 12 โวลต์ เคลื่อนที่ขึ้น-ลงด้วยล้อ 3 ล้อที่ทำจากวัสดุซูพิลีน ผู้ใช้ควบคุมการทำงานหุ่นยนต์ด้วยรีโมตคอนโทรล เมื่อหุ่นยนต์ไต่ขึ้นถึงยอดแล้วจะฉีดพ่นใต้ใบมะพร้าว ซึ่งแต่ก่อนเกษตรกรใช้รถเครนบรรทุกถังฉีดแล้วต่อท่อหัวฉีดแรงดันสูง ซึ่งสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและเปลืองปริมาณสารกำจัดศัตรูพืชสูงถึง 10 ลิตรต่อต้น ส่วนคนที่ฉีดยาจะโดนละอองของสารเคมีไปด้วย หุ่นยนต์ไต่ต้นมะพร้าวจึงสามารถช่วยเกษตรกรประหยัดค่าใช้จ่ายยาปราบศัตรูพืช โดยลดปริมาณการใช้ยากำจัดศัตรูพืชจาก 10-20 ลิตรต่อต้น ให้เหลือเพียง 2 ลิตรต่อต้น รวมทั้งเพิ่มความปลอดภัยต่อเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเกษตรกร การประดิษฐ์เน้นราคาประหยัด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่มีรายได้น้อย
สุดท้ายเป็นผลงาน ชุดถอดประกอบรถเข็นคนพิการแบบใช้ไฟฟ้า โดย นายพงษ์สิทธ์ มิสา หัวหน้าทีมจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของผลงานสิ่งประดิษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรผู้ป่วยที่ต้องนั่งวีลแชร์และพิการหลายล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเนื่องด้วยไทยจะก้าวเป็นสังคมคนสูงวัยมากขึ้น แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานนี้เพื่อจะได้ช่วยให้ผู้พิการที่นั่งวีลแชร์อยู่แล้วสามารถเพิ่มการติดตั้งชุดถอดประกอบรถเข็นคนพิการแบบใช้ไฟฟ้าเข้ากับส่วนหน้าของวีลแชร์ สำหรับการสัญจรภายในและนอกอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“จุดเด่นของชุดถอดประกอบรถเข็นคนพิการแบบใช้ไฟฟ้า คือ มีน้ำหนักเพียง 20 กิโลกรัม ด้วยการออกแบบข้อต่อแบบพิเศษ ทำให้ผู้พิการสามารถถอดประกอบได้ด้วยตนเองและสะดวกง่ายดายเพียงยกแล้วหมุนบิดลงล็อก ส่วนปุ่มบังคับการเคลื่อนที่จะอยู่บนมือจับด้านขวา ล้อหน้าเมื่อวิ่งไปกระทบพื้นลูกคลื่นหรือทางชันบนฟุตปาธจะยก 2 ล้อหน้าของวีลแชร์ขึ้น ลดแรงสะเทือนลง ทำให้วิ่งได้เรียบด้วยล้อหน้า และ 2 ล้อหลังของวีลแชร์ ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมสามารถทำงานได้ 4-5 ชั่วโมงต่อการชาร์จไฟ หนึ่งครั้ง ไม่มีมลพิษ สิ่งประดิษฐ์นี้จึงช่วยให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งร่างกาย จิตใจและสังคม สามารถช่วยเหลือตัวเอง และทำภารกิจในชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น เป็นอุปกรณ์ในราคาประหยัดและช่วยลดการนำเข้า” นายพงษ์สิทธ์ กล่าว
ผศ.ดร.คมสัน มาลีสี คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นความสนใจ การพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทยให้ยั่งยืน ช่วยลดการนำเข้าและการพึ่งพาจากต่างประเทศ และสร้างเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลงานประดิษฐ์คิดค้นด้านพลังงานทางเลือก เครื่อง จักรกลการเกษตรและเครื่องมือทางการแพทย์ พร้อมสร้างพันธมิตรและเครือข่ายความร่วมมือในการวิจัยสิ่งประดิษฐ์ของนิสิตนักศึกษาในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาของประเทศไทยด้วย
นับว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์จากเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งทุกผลงานสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและพลังสร้างสรรค์พร้อมไอเดียของคนไทยที่สามารถตอบโจทย์และนำไปใช้ประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมได้จริง.

ฟรอสต์ เผยแม้เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวแต่ตลาดสมาร์ทโฟนไทยยังโตได้ไม่ต่ำกว่า 30%


?ฟรอสต์ชี้ปีนี้สมาร์ทโฟนไทย โตไม่ต่ำกว่า13ล้านเครื่อง?

ฟรอสต์ เผยแม้เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวแต่ตลาดสมาร์ทโฟนไทยยังโตได้ไม่ต่ำกว่า 30% หรือประมาณ 13 ล้านเครื่อง ชี้อานิสงส์จากคนเล่นโซเชียลมากขึ้น และสมาร์ทโฟนถูกลง
นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ นักวิเคราะห์ อุตสาหกรรมไอซีทีอาวุโส จากบริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนไทยว่า ภายในสิ้นปีนี้ คาดว่ายอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนในประเทศไทยจะเติบโตมากกว่าปีที่แล้วไม่ต่ำกว่า 30% หรือประมาณ 13 ล้านเครื่อง โดยได้อานิสงส์จาก 3 ปัจจัยหลัก คือ สภาพตลาดสมาร์ทโฟนรุ่นประหยัดที่มีตัวเลือกมากขึ้น ความต้องการใช้งานโซเชียล มีเดียที่เพิ่มขึ้น และความนิยมของการทำธุรกรรมพาณิชย์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือโมบายคอมเมิร์ซที่มีมากขึ้น
ทั้งนี้ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตลาดสมาร์ทโฟนเติบโตขึ้นมาก บริษัทผู้ผลิตสมาร์ท โฟนทยอยนำสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด ด้วยราคาที่ลดต่ำลงส่งผลให้คนไทยหันมาเลือกซื้อสมาร์ทโฟนมากขึ้นแทนที่โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนแบบดั้งเดิม ซึ่งฟรอสต์ ประเมินว่า ถึงสิ้นปีนี้ ยอดขายโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในไทยจะอยู่ที่ประมาณ 60% ของตลาดมือถือทั้งหมด และอีก 40% จะเป็นโทรศัพท์ชนิดฟีเจอร์โฟน
นอกจากนี้ ปัจจัยหลักอีกประการที่ผลักดันการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนในไทย คือกระแสความนิยมการใช้งานโซเชียล มีเดีย ซึ่งจากผลสำรวจพบว่าคนไทยใช้เวลาโดยเฉลี่ย 3.1 ชั่วโมงต่อวัน กับการออนไลน์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และโดยเฉลี่ย 2.6 ชั่วโมงต่อวันเพื่อท่องโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นเวลาที่มากกว่าเวลาที่ใช้กับสื่ออื่น ๆ เช่น การดูโทรทัศน์
นายธีระ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปริมาณสมาร์ทโฟนจะเติบโตขึ้น แต่เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำให้สมาร์ทโฟนที่ทำตลาดได้ดีนั้นเป็นรุ่นที่มีราคาไม่สูง มูลค่าโดยรวมของการซื้อขายในตลาดอาจไม่เติบโตจากปีที่แล้วมากนัก แม้ว่าจำนวนเครื่องที่จำหน่ายจะมีจำนวนมากขึ้นก็ตาม.

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

microsoft เปิดตัว Nokia Lumia 830 มาพร้อมกล้อง PureView 10 ล้านพิกเซล ขนาดบางเบา ในราคา 13,900 บาท

Lumia-830_group1


ได้ฤกษ์เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Lumia ซึ่งได้จัดงานเปิดตัวขึ้นที่ประเทศเยอรมัน (ในวันที่ 4 ก.ย.2557) โดยทาง Microsoft ได้เริ่มเปิดตัวจากสมาร์ทโฟนรุ่นท๊อปหรือ Flagship ตัวแรก ซึ่งก็คือ Lumia 830
Lumia 830 ถือได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นท๊อปในตระกูล Lumia ที่มีการออกแบบตัวเครื่องมาได้เบาและบางที่สุด โดยตัวเครื่องมีความบางเพียง 8.5 มม. และมีน้ำหนักเพียง 150 กรัม และยังได้มีการผสานเข้ากับเทคโนโลยีการถ่ายภาพ PureView รวมถึงการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายหรือ Wireless Charging เข้ามาอีกด้วย ส่วนสเป็คของ Lumia 830 จะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างนั้น ลองมาติดตามดูกันเลยดีกว่า
ตัวเครื่องบาง 8.5 มม. น้ำหนัก 150 กรัม
  • CPU 1.2 GHz quad-core Qualcomm Snapdragon 400
  • ระบบปฎิบัติการ Windows Phone 8.1 ( Lumia Denim update )
  • หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ClearBlack IPS-LCD 1280*720p screen รองรับการมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้อยู่กลางแสงแดด กระจกแบบ Gorilla 3.0 glass, รองรับการใช้งานด้วยเล็บและใช้งานด้วยถุงมือ
  • แบตเตอรี่ขนาด 2200 mAh และรองรับการชาร์จแบบไร้สายหรือ Wireless Charging
  • กล้องดิจิตอล PureView ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี Optical Image Stabilization , แฟลชแบบ LED และเลนส์ ZEISS , กล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 1 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวีดีโอ 720p
  • หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 16GB รองรับ microSD card สูงสุด 128GB และพื้นที่ใช้งานบน OneDrive ฟรี 15GB
สำหรับสนนราคาของ Lumia 830 นั้นจะอยู่ที่ 330 ยูโร หรือประมาณ 13,900 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป

ไทเทเนี่ยมชี้เฟซบุ๊ก ‘ขันเงิน‘ ปลอม ตอกกลับ ‘เสก โลโซ‘

ไทเทเนี่ยมชี้เฟซบุ๊ก ‘ขันเงิน‘ ปลอม ตอกกลับ ‘เสก โลโซ‘

ไทเทเนี่ยมชี้เฟซบุ๊ก ‘ขันเงิน‘ ปลอม ตอกกลับ ‘เสก โลโซ‘

เป็นดราม่าที่ดูท่าจะลามไปถึงคนอื่นแล้ว หลังจากที่ ร็อกเกอร์ชื่อดัง "" โพสต์ภาพยกเท้าให้ทีวีที่มีฉากของมิวสิควีดีโอของ "ขันเงิน เนื้อนวล" ซึ่งภาพดังกล่าวถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่เหมาะสม แม้แต่แร็ปเปอร์ชื่อดังอย่าง "โจอี้ บอย" ยังถึงกับออกปากว่า ทำเกินไป...
ต่อมามีภาพจากเฟซบุ๊ก "Khan Thaitanium" ออกมาโพสต์ตำหนิเสก โลโซ อย่างหนัก ซึ่งทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเฟซบุ๊กของหนุ่มขันเงิน
ล่าสุด เฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของวงไทเทเนี่ยม ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวแล้ว ว่าผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ไม่ใช่เฟซบุ๊กของหนุ่มขันเงินแน่นอน พร้อมทั้งระบุเฟซบุ๊กจริงของเจ้าตัว ไว้ให้แฟนคลับได้ติดตามข่าวจริงๆ อีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

iPhone 6 เปิดตัวแล้ว : สรุปข้อมูลสเปค และ ฟีเจอร์เด็ด พร้อมราคา และ วันวางจำหน่าย iPhone 6



iPhone 6 เปิดตัวแล้ว : สรุปข้อมูลสเปค และ ฟีเจอร์เด็ด พร้อมราคา และ วันวางจำหน่าย iPhone 6


ในที่สุด Apple ก็ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง iPhone 6 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมๆ กับ iPhone 6 Plusที่มีขนาดหน้าจอใหญ่กว่า โดยในส่วนของ iPhone 6 นั้นถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเรื่องของดีไซน์ และ ฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย โดยในวันนี้ ทีมงานเว็บไซต์ Thaimobilecenter ได้มีการสรุปข้อมูลเกี่ยวกับ iPhone 6 มาให้ได้ชมกันว่า สมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นนี้ จะมีสเปคเป็นอย่างไร และ มีฟีเจอร์อะไรเด็ดๆ ให้ได้ใช้งานกันบ้าง

สเปคในเบื้องต้นของ iPhone 6

- ขนาดตัวเครื่อง 138.1x67x6.9 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวเครื่อง 129 กรัม
- หน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล (326ppi)
- เทคโนโลยีหน้าจอ Retina HD Display
- ชิปประมวลผล Apple A8 แบบ 64Bit
- ชิป Apple M8 Motion coprocessor สำหรับตรวจจับการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ
- กล้องดิจิตอลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f2.2)
- ไฟแฟลชด้านหลังแบบ True Tone Flash
- กล้องดิจิตอลด้านหน้า ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล (f2.2)
- รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ Touch ID
- รองรับการใช้งาน Apple Pay
- รองรับการใช้งาน NFC
- ระบบปฏิบัติการ iOS 8
          


‘สุภิญญา‘ ชี้ ช่อง3 ให้ข้อมูลไม่ตรงข้อเท็จจริง

‘สุภิญญา‘ ชี้ ช่อง3 ให้ข้อมูลไม่ตรงข้อเท็จจริง

 ‘สุภิญญา‘ ชี้ ช่อง3 ให้ข้อมูลไม่ตรงข้อเท็จจริง

วันนี้ (15 ก.ย. 57) บอร์ด กสท. เตรียมพิจารณากรณีช่อง 3 ยื่นข้อเสนอ ออกอากาศคู่ขนาน ขณะที่นางสาวสุภิญญา ขอให้ ช่อง3 คำนึงจรรยาบรรณ หลังมีการให้ข้อมูลไม่ตรงข้อเท็จจริง

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ระบุผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว Supinya Klangnarong ชี้แจง หลังสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ให้ข้อมูลผ่านสื่อฯ ไปยังประชาชน กรณีความพร้อมของโครงข่ายทีวีภาคพื้นดิน ซึ่งโครงข่ายของไทยพีบีเอสที่ช่อง 3 เช่า เพื่อออกอากาศดิจิตอลอยู่ขณะนี้ คืบหน้ากว่าแผนที่วางไว้ มีเพียงของ อสมท. เท่านั้น ที่ยังติดปัญหา ซึ่ง กสทช. กำลังเร่งแก้ไข จึงอยากให้ช่อง 3 แก้ไขข้อเท็จจริงเรื่องนี้ด้วย เพราะจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และไม่ควรใช้สื่อเป็นเครื่องมือ ปกป้องตนเองแต่เพียงฝ่ายเดียว 

ขณะเดียวกันช่วงเช้าวันนี้ (15 ก.ย.) จะมีการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. โดยจะพิจารณาข้อเสนอของบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ที่ยินดีจะออกอากาศช่อง 3 คู่ขนาน ทั้งระบบอนาล็อก และดิจิตอล โดยเห็นว่า เป็นสัญญาณดี ที่ช่อง 3 คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม เพราะเป้าหมายของ กสทช. คือ ต้องการให้รายเก่า รายใหม่ ลงมาแข่งขันอย่างเป็นธรรม จากนั้น กลไกตลาดจะเริ่มทำงานบนกติกาใหม่ ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์สูงส
อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาเงื่อนไขของช่อง 3 ก่อนว่ามีอะไรบ้าง และขัดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งบอร์ด กสท. ยังมีเวลาเจรจาเรื่องนี้ 15 วัน ก่อนที่โครงข่ายดาวเทียมและเคเบิล จะระงับการออกอากาศ